ภาษาไทย : การศึกษาเปรียบเทียบพฤติกรรมก่อน และ หลังการเรียนการสอนธรรมศึกษา
ชั้นตรีของนักศึกษา ระดับปริญญาตรี วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
กรุงเทพมหานคร
Research Title
: A
Comparative Study of pre and post Behavior towards Learning
and Teaching
the Dharma in the first grade for the undergraduates,
Siam
Technology College, Bangkok
ชื่อผู้เขียน กัลยาณี
เดชปรีชา
กิจสดายุทต์ สังข์ทอง
นิเวศน์
วงศ์สุวรรณ
สำนักสามัญศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบพฤติกรรมก่อนและหลังการเรียนการสอนธรรมศึกษาของนักศึกษาระดับปริญญาตรี
วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่
นักศึกษาที่เรียนธรรมศึกษาชั้นตรีจำนวนทั้งสิ้น 127 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่แบบสอบถามชนิดเลือกตอบ (Multiple Choices)
ผลการวิจัยพบว่า
1.
พฤติกรรมทางด้านคุณธรรม จริยธรรมของนักศึกษาระดับปริญญาตรี
วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
ก่อนและหลังการเรียนธรรมศึกษาชั้นตรี ในด้านความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ ความสามัคคี ความอุตสาหะวิริยะ ความยุติธรรม การมีสัมมาคารวะ
และกตัญญูกตเวที ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก
2.
เปรียบเทียบพฤติกรรมทางด้านคุณธรรม จริยธรรมของนักศึกษา
ระดับปริญญาตรีที่เรียนธรรม
ศึกษาชั้นตรี จำแนกตาม อายุ คณะที่ศึกษา และภูมิลำเนาโดยภาพรวมพบว่า
2.1)
นักศึกษาเพศชายและเพศหญิง
มีพฤติกรรมทางด้านคุณธรรม จริยธรรมแตกต่างกัน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05
2.2) คณะที่ศึกษา นักศึกษาที่เรียนคณะต่างกันมีพฤติกรรมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถิติที่ระดับ.05
2.2)
ระดับอายุและภูมิลำเนาของนักศึกษา ไม่มีผลต่อพฤติกรรมทางด้านคุณธรรม
จริยธรรม
คำสำคัญ : พฤติกรรม /ธรรมศึกษา/คุณธรรม /จริยธรรม
ABSTRACT
The
objective of this search was to have a comparative study of pre and post
behavior towards learning and teaching the Dharma in the first grade for the
undergraduates, Siam Technology College, Bangkok.
The population and sampling used in it were 127 undergraduates who learnt the Dharma in the first grade, For the tool used in this research, it was the questionnaires of multiple choices. Its results found were:
1. For their behaviors towards virtue and ethical conduct from pre and post learning of the Dharma in the first grade, their accountability, sincerity, unity, perseverance, fairness, respectful manners and gratitude were,overall,at high level.
2. In comparison of their behavior towards virtue and ethical conduct classified by ages, facultie and domiciles, they were, in general, foundthat
2.1 Sex : Male and female undergraduate’s,behavior towards virtue and ethical conduct differed at the statistical significance level of.05
2.2 Faculty : the undergraduates who studied in different faculties had their different behavior at the statistical significance level of.05 and
2.3 For levels of their ages and domiciles, they had no effect on behavior towards virtue and ethical conduct
The population and sampling used in it were 127 undergraduates who learnt the Dharma in the first grade, For the tool used in this research, it was the questionnaires of multiple choices. Its results found were:
1. For their behaviors towards virtue and ethical conduct from pre and post learning of the Dharma in the first grade, their accountability, sincerity, unity, perseverance, fairness, respectful manners and gratitude were,overall,at high level.
2. In comparison of their behavior towards virtue and ethical conduct classified by ages, facultie and domiciles, they were, in general, foundthat
2.1 Sex : Male and female undergraduate’s,behavior towards virtue and ethical conduct differed at the statistical significance level of.05
2.2 Faculty : the undergraduates who studied in different faculties had their different behavior at the statistical significance level of.05 and
2.3 For levels of their ages and domiciles, they had no effect on behavior towards virtue and ethical conduct
Keywords
: Behavior/ the Dharma in the first grade /Moral / ethical
บทนำ
ปัจจัยในการพัฒนาประเทศที่สำคัญยิ่งประการหนึ่งคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์หรือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ โดยการดำเนินการให้คนในชาติมีการกินดี อยู่ดี มีความสุข สุขภาพพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด
มีความสามารถและประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ
ตลอดจนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
ดังนั้นจึงนับได้ว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเป็นเป้าหมายสูงสุดของทุกประเทศ จำเป็นต้องตระหนัก เพราะถ้าประชาชนในประเทศปราศจากคุณภาพแล้ว
และแม้ว่าประเทศนั้นจะมีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์เพียงใด ก็มิอาจทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่นั้นเป็นประโยชน์ในการสร้างความเจริญก้าวหน้าแก่ประเทศชาติได้
(วิชัย ตันศิริ,
2543: 15 )
และจากกระแสโลกาภิวัตน์นั่นเอง ทำให้ส่งผลกระทบต่อทางด้านเศรษฐกิจ สังคม
การศึกษาและวัฒนธรรมอย่างมาก
จนเป็นสาเหตุให้ประเทศไทยต้องดำเนินการปฏิรูปในหลายๆด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการปฏิรูปการศึกษาที่มุ่งให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
มากขึ้น
ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2540 มาตรา 81
ได้บัญญัติให้ประชาชนมีสิทธิในการได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี ซึ่งรัฐและเอกชนต้องมีส่วนร่วมเพื่อสนับสนุนให้จัดการศึกษา
อบรมให้เกิดมีความรู้คู่คุณธรรม(สมศักดิ์
ดลประสิทธิ์, 2542 : 8) ดังนั้นการจัดการศึกษาที่สมบูรณ์จะต้องนำแนวคิดสู่การพัฒนาคนให้สมบูรณ์และเกิดความสมดุลทั้งด้านจิตใจ ร่างกาย
ปัญญา และสังคม เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการพัฒนาคนด้วยการศึกษาตามหลักที่ว่าจริยธรรมเป็นระบบดำเนินชีวิตที่ดีงามที่เกิดจากการศึกษาพัฒนาคนแบบองค์รวมนั่นเอง
กระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานหนึ่งที่ได้นำแผนการศึกษาแห่งชาติ
พุทธศักราช
2545-2559 ด้านการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม มาไว้เป็นกรอบนโยบายเพื่อดำเนินการใน
3 ด้าน คือ 1.) มีการบูรณาการด้านการศึกษา
ศาสนา
ศิลปะและวัฒนธรรมทั้งในเนื้อหากระบวนการ
และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างศีลธรรม คุณธรรม
จริยธรรม
ค่านิยมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน 2.) บุคคล ครอบครัว
ชุมชน และองค์กรต่างๆร่วมคิดและร่วมดำเนินงานเพื่อพัฒนาคนไทยทุกคนให้เป็นผู้ที่มีศีลธรรม คุณธรรม
จริยธรรม ค่านิยม
รวมทั้งค่านิยมทางสุนทรียภาพและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามระบบวิถีชีวิตที่ดีงาม 3.) คนไทยส่วนใหญ่มีค่านิยมและพฤติกรรมที่เหมาะสมตามระบบวิถีชีวิตที่ดีงาม ทั้งนี้จากนโยบายทั้ง 3
ด้านนั้นกระทรวงศึกษาธิการยังต้องการเน้นการพัฒนาเรื่องการปลูกฝังและเสริมสร้างศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม
ค่านิยมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในระบบวิถีชีวิตที่ดีงามอันเป็นเป้าหมายหลักที่มุ่งส่งเสริมให้เกิดขึ้นแก่เยาวชนอันเป็นกำลังสำคัญหลักของประเทศชาติ
ในส่วนของทบวงมหาวิทยาลัยได้เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าวจึงดำเนินตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการที่ว่า“การศึกษาทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและมีความเป็นอยู่ที่ดี มีสุขของคนไทย
” ในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
และสิ่งแวดล้อม ทำให้คนไทยก้าวทันโลกในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีต่างๆ
รวมทั้งสามารถพึ่งพาตนเองได้
โดยที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์และวัฒนธรรมไทย ( แผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาฉบับที่ 9 : พ.ศ. 2545-2549 ) ควบคู่กับการทำหน้าที่ผลิตบัณฑิตโดยมุ่งเน้นการสอน การวิจัย ให้มีความรู้คู่คุณธรรม
มีสติปัญญาใฝ่การเรียนรู้นึกคิดอย่างเป็นระบบ มีจิตสำนึกและศักยภาพในการสร้างงาน บุคลิกภาพดี
มีความเป็นผู้นำยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย
มีวินัย
รับผิดชอบต่อตนเองและเอื้ออาทรต่อสังคม ตระหนักในคุณค่าทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่น
สุขภาพดีและมีความเป็นสากลรวมถึง
การบริการสังคมและการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม แต่ในท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีวิทยาการและสังคมรวมถึงศิลปวัฒนธรรมเปลี่ยนแปลงไปด้วยเหตุนี้เองทำให้วิถีชีวิตที่มีคุณค่า
อันมีลักษณะการพึ่งพาอาศัยกันนั้นการสังเคราะห์ช่วยเหลือเกื้อกูลกันนั้นได้เปลี่ยนแปลง
ทำให้ก่อเกิดต่างคนต่างอยู่มีชีวิตแบบสุขนิยมมากขึ้นเกิดความเห็นแก่ตัวมากขึ้น ประการสำคัญเยาวชนขาดความเคารพผู้ใหญ่และตนเอง
ดังนั้นหัวใจสำคัญการพัฒนาคุณธรรม
นั้นทุกฝ่ายจักต้องศึกษาหลักธรรมทางพุทธศาสนาอย่างจริงจังในทุกระดับชั้น
หากได้รับการยอมรับและสนับสนุนให้เกิดขึ้นในตัวบุคคล องค์กร
หรือในหน่วยงาน สถาบัน สังคมใดก็ตาม
จักเป็นผลทำให้บุคคล หน่วยงาน
หรือสังคมนั้นๆบังเกิดสันติสุข
สันติภาพและสันติธรรมในทุกๆด้าน อาทิเช่น การพัฒนาและบูรณาการเรียนรู้ สติปัญญาและจิตใจให้มีคุณธรรม จริยธรรม
รู้รักสามัคคีและหวงแหนศิลปวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามไว้
อันเป็นมรดกทางศรัทธาสติปัญญาของบรรพบุรุษไว้ให้ยาวนาน หรือการศึกษาพัฒนาในรูปแบบธรรมศึกษา
ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้มีการเรียนการสอนและการประเมินผลภูมิธรรมความรู้ระดับธรรมศึกษาชั้นตรี-โท-และเอก
ปีละครั้งนั้น
นับว่ามีความสำคัญยิ่งที่ส่งเสริมเชิงคุณภาพของเยาวชนและบุคคล
ให้สามารถนำหลักธรรมไปใช้ในการทำงานและการดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข
วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มุ่งมั่นพัฒนาคุณธรรมนักศึกษาให้เป็นตัวอย่างและเป็นบุคคลที่สังคมยอมรับนับถือต่อไป
โดยหน่วยงานกิจการนักศึกษามีส่วนสำคัญในการจัดเสริมเติมเต็มด้านคุณธรรมให้แก่นิสิตนักศึกษาได้มีประสบการณ์ชีวิตและจิตสำนึกที่ดีที่วิญญูชนสมควรได้รับนอกเหนือจากชั้นเรียน
เพราะการจัดกิจกรรมหลักในสถาบันนั้นไม่อาจทำให้นักศึกษาเกิดการพัฒนาได้ครบทุกด้านตามที่พึงปรารถนา
จำเป็นต้องใช้กิจกรรมนอกเหนือจากชั้นเรียนตามปกตินั้น คือกิจกรรมนักศึกษาซึ่งเป็นกิจกรรมที่โดยวิทยาลัยและนักศึกษาจัดร่วมกัน
เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ตรงในการพัฒนาตนเองทั้งด้าน อารมณ์สังคม และวิชาการ
อันเป็นกิจกรรมที่ควรสนับสนุนจากสถานศึกษาอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจัดส่งทีมงานพระธรรมวิทยากรจากศูนย์พระสงฆ์นักเผยแผ่ธรรมเพื่อพัฒนาสังคม
มาอบรมให้ความรู้และแทรกหลักธรรมเพื่อประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต การพัฒนาจิตใจที่ประเสริฐเช่น
หลักเบญจศีล-เบญจธรรม
หลักสังคหะวัตถุธรรม
หลักกุศลกรรมบถ
และหลักประสบความสำเร็จคือ อิทธิบาท 4 เป็นต้น ในรูปแบบตำราเรียน
ตามระดับชั้น เอกสารสรุปการสอน
และเพื่อให้เห็นกระบวนการแก้ปัญหาด้านวิกฤติศีลธรรมจริยธรรม
คุณธรรมและสามัคคีธรรมซึ่งนับวันได้ลดน้อยลงไปจากมโนสำนึกของคนในสังคม
อันส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมทางจิตใจและความสงบสุขต่อบุคคล สังคม
เศรษฐกิจ
ประเทศชาติที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเช่น การขาดหิริ
คือความละอายแก่ใจในกิจที่กระทำในคำพูดและขาดโอตตัปปะคือความเกรงกลัวต่อบาปทุจริตทั้งปวงและต่อกฎหมายบ้านเมือง และสาเหตุของปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ
การห่างเหินหลักในการดำเนินชีวิตได้แก่ หลักแหล่ง
หลักฐาน และหลักธรรม
การสนับสนุนการเรียนรู้หลักศีลธรรมอย่างจริงจังในช่วงวัยแห่งการศึกษาทุกช่วงชั้น กล่าวคือมีความรู้ทางเชิงวิชาการวิชาชีพ
แต่ขาดวิชาชีวิตคือจรณะความประพฤติที่ดีงามทางกาย
วาจา และใจ
ที่ควรปลูกฝังมีไว้ในตัวผู้ที่จะได้รับการขานนามว่าเป็นบัณฑิตในอนาคตในอุดมคติที่ดี ที่พึงประสงค์ของสังคมแบบดี เก่ง
และมีความสุขทุกภาคส่วนและเพื่อให้มีความสอดคล้องกับรายงานประเมินตนเอง( Self-Assessment
Report ) ปีการศึกษา 2550 ของวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
ซึ่งมีเนื้อหาตรงตามภารกิจต่างๆ ดังนี้
ภารกิจที่1
มุ่งมั่นในการสร้างบัณฑิตให้มีความรู้คู่คุณธรรม
และมีจริยธรรมสอดคล้องตามแผนการศึกษาแห่งชาติ
และส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาให้สอดรับกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้วยการบริหารการศึกษาในทุกๆด้านให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล
และเป็นที่ยอมรับของสาธารณชน
ภารกิจที่
4
มุ่งมั่นในการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและประเพณีของไทย
เพื่อสนับสนุนส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทยให้มั่นคงตลอดไป
พร้อมทั้งสร้างบรรยากาศการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้อยู่ในจิตสำนึกของนักศึกษา
รวมทั้งผู้สนใจโดยทั่วไป
จากภารกิจทำให้ผู้วิจัยมองเห็น
ว่าการพัฒนาด้านคุณธรรมจริยธรรรมให้เกิดแก่นักศึกษาถือเป็นหน้าที่หลักและจำเป็นอย่างยิ่งเพราะขณะนี้สังคมไทยขาดผู้นำที่มีคุณธรรมจริยธรรมที่เป็นต้นแบบให้แก่เยาวชนตามที่ปรากฎต่อสาธารณชนอย่างสม่ำเสมอ
ดังนั้นการทำการวิจัยครั้งนี้เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนานักศึกษาต่อไป
วัตถุประสงค์การวิจัย
ศึกษาเปรียบเทียบพฤติกรรมก่อนและหลังการเรียนการสอนธรรมศึกษาชั้นตรีของนักศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
การดำเนินการวิจัย
การวิจัยเรื่อง
“การศึกษาเปรียบเทียบพฤติกรรมก่อนและหลังการเรียนการสอนธรรมศึกษาชั้นตรีของนักศึกษาระดับปริญญาตรี
วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
กรุงเทพมหานคร”ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบทางจริยธรรมก่อน
และหลังการเรียนการสอนธรรมศึกษาของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ซึ่งการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ
( Survey Research )
และผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้1. การ
1.ในขั้นตอนการจัดเตรียมโครงการวิจัยนี้
ผู้วิจัยได้ศึกษาข้อมูล จากตำรา และเอกสารการวิจัยที่เกี่ยวข้อง
การรวบรวมปัญหาต่างๆเพื่อนำข้อมูลดังกล่าวที่ได้จากการศึกษา มาจัดทำโครงการวิจัยอย่างเป็นระบบโดยการนำเสนอโครงร่างการวิจัยต่อสำนักวิจัยวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
และขออนุมัติโครงการซึ่งผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 7
กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ต่อจากนั้นจึงได้ดำเนินการงานวิจัยมาตามลำดับ
2.
ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย
2.1) ประชากร ที่ผู้วิจัยใช้ในการวิจัยครั้งนี้
ได้แก่ นักศึกษาระดับปริญญาตรี
คณะเทคโนโลยี บริหารธุรกิจ ศิลปศาสตร์ บัญชี
ที่ลงทะเบียนเรียนและสอบธรรมศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ภาคการศึกษาที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2552 จำนวนทั้งสิ้น 127 คน
2.2)กลุ่มตัวอย่างที่ผู้วิจัยใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้กำหนดกลุ่มตัวอย่างมีลักษณะแบบเจาะจง(Purposive Sampling) โดยกลุ่มตัวอย่าง คือ
นักศึกษาที่ลงทะเบียนเข้าสอบธรรมศึกษาชั้นตรี
ชั้นโท และชั้นเอก ในปีการศึกษา 2552มีจำนวนทั้งสี้น 127 คน
3.
ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย
ตัวแปรที่ผู้วิจัยกำหนดในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่
3.1)
ตัวแปรอิสระ ได้แก่ เพศ อายุ
คณะที่ศึกษา ภูมิลำเนา
3.2)
ตัวแปรตาม ได้แก่ ระดับพฤติกรรมทางด้านคุณธรรมจริยธรรมที่เกิดขึ้นโดยจิตสำนึกก่อนและหลังการเรียนธรรมศึกษา
4.
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้
ได้แก่ แบบสอบถามความคิดเห็นเรื่อง “การศึกษาเปรียบเทียบพฤติกรรมก่อนและหลังการเรียนการสอนธรรมศึกษาชั้นตรี
ของนักศึกษา ระดับปริญญาตรี วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม กรุงเทพมหานคร” โดยแบ่งออกเป็น 3
ตอน
ตอนที่ 1
เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถาม ลักษณะคำถาม เป็นแบบเลือกตอบ (Multiple Choices) มีจำนวน 10 ข้อ
ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถาม ความรู้ด้านคุณธรรม
จริยธรรมของนักศึกษาก่อนมีจำนวน 8
ข้อและหลังการเรียน มีจำนวน 7 ข้อ
ตอนที่
3
เป็นแบบสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมเชิงจริยธรรมของนักศึกษาระดับปริญญาตรี
ที่ครอบคลุมทั้ง 7 ด้านได้แก่
ด้านความรับผิดชอบ
ความซื่อสัตย์สุจริต
ความสามัคคี ความอุตสาหะวิริยะ ความยุติธรรม การมีสัมมาคารวะ ความกตัญญูกตเวที โดยมีคำตอบให้เลือก 5
ระดับ คือ มากที่สุด
มาก ปานกลาง
น้อย น้อยที่สุด มีจำนวน 60 ข้อดังนี้
ด้านความรับผิดชอบ
ข้อ 1 - 11
ด้านความซื่อสัตย์สุจริต ข้อ 12 - 27
ด้านความสามัคคี ข้อ
28 - 33
ด้านความอุตสาหะวิริยะ ข้อ 34 – 43
ด้านความยุติธรรม ข้อ
44 – 50
ด้านการมีสัมมาคารวะ ข้อ
51 – 55
ด้านความกตัญญูกตเวที ข้อ
56 – 60
5.
การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ผู้วิจัยดำเนินการตามลำดับดังนี้
5.1)
กำหนดจุดมุ่งหมายของการวัดพฤติกรรมทางด้านคุณธรรม
จริยธรรมให้ชัดเจนโดยการศึกษาจากตำราและเอกสารประกอบการวัดและประเมินผลทางด้านเจตคติ
ทั้งเพื่อนำมาเป็นแนวทางในการวัดทางคุณลักษณะทางด้านคุณธรรม
และจริยธรรมของนักศึกษาระดับปริญญาตรี
วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
5.2) ศึกษาเอกสาร บทความ
ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางด้านคุณธรรมและจริยธรรม
เพื่อนำมาวิเคราะห์ความหมายและพฤติกรรมเชิงจริยธรรม
5.3)
สร้างแบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมทางด้านคุณธรรม
จริยธรรม ให้ครอบคลุมทั้ง 7 ด้าน
ได้แก่ ด้านความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์สุจริต ความสามัคคี ความอุตสาหะวิริยะ ความยุติธรรม การมีสัมมาคารวะ ความกตัญญูกตเวที โดยมีคำตอบให้เลือก 5
ระดับ คือ มากที่สุด
มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด มีจำนวน 60 ข้อ
5.4)
นำแบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมทางด้านคุณธรรม
จริยธรรม ไปให้ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจพิจารณาความชัดเจน ความครอบคลุมของเนื้อหา เพื่อพิจารณาความเที่ยงตรง(Validity) ทางด้านเนื้อหาของแบบสำรวจ
ผู้ทรงคุณวุฒิ
5.5)
นำแบบสอบถามจากผู้ทรงคุณวุฒิมาปรับปรุงแก้ไข ให้สมบูรณ์ตามคำแนะนำ
เพื่อนำไปใช้ในการเก็บข้อมูลต่อไป
6.
วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้จัดเก็บข้อมูลด้วยตนเอง ตามขั้นตอนดังนี้
6.1) ผู้วิจัยนำแบบสอบถามพฤติกรรมไป
สอบถามความคิดเห็นจากนักศึกษา
ระดับปริญญาตรี
คณะเทคโนโลยี บริหารธุรกิจ บัญชี
ศิลปศาสตร์
ที่ลงทะเบียนเรียนและสอบธรรมศึกษาชั้นตรี ชั้นโท
ชั้นเอก วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 จำนวนทั้งสิ้น 127 คน
6.2)
ชี้แจงให้นักศึกษาที่ทำแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมเชิงจริยธรรม ได้เข้าใจในการทำแบบสอบถาม
6.3)
นำแบบสำรวจที่ได้ทำการสำรวจเรียบร้อยแล้วมาทำการวิเคราะห์ทางสถิติเพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมเชิงจริยธรรมของนักศึกษา
7.
การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิจัย
ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากแบบสำรวจผู้วิจัยดำเนินการตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบสอบถามแล้วนำไปวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งใช้โปรแกรม SPSS ( The Statistical
Package for the Social Sciences ) มีดังนี้
7.1)
การวิเคราะห์ข้อมูลด้านสถานภาพของนักเรียน โดยใช้วิธีหาค่าร้อยละ (percentage)
7.2)
การวิเคราะห์ข้อมูลด้านพฤติกรรมทางคุณธรรม จริยธรรม
ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี
วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
โดยนำคะแนนที่ได้จากการตอบแบบสอบถามมาทำการวิเคราะห์หา
ค่าเฉลี่ยเลขคณิต
(
) และหาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
7.3)
การวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบพฤติกรรมทางด้านคุณธรรม จริยธรรมของนักศึกษา ที่เข้าสอบธรรมศึกษา ชั้นตรี
โท เอก ตามสถานภาพ
ได้แก่ เพศ อายุ
คณะที่ศึกษา ภูมิลำเนา ซึ่งตัวแปรทั้งสองกลุ่มนี้ใช้สถิติ t- test ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สูตรการหาค่า
t- test
การเก็บรวบรวมข้อมูล
ผู้วิจัยได้ทำการเก็บรวมรวบข้อมูลจากนักศึกษา
ทั้ง 4 คณะ ซึ่งได้แบบสอบถามที่สมบูรณ์จำนวนทั้งสิ้น 127 ฉบับ
แล้วนำมาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ SPSS ดังนี้
สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยหาค่าร้อยละ ด้านพฤติกรรมทางคุณธรรม จริยธรรม หาค่าเฉลี่ย (
) และค่าเบี่ยงแบนมาตรฐาน (SD.) การทดสอบค่าที (t-test)และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว one-way ANOVA รวมทั้งการหาค่าทดสอบรายคู่
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากร ที่ผู้วิจัยใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่
นักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะเทคโนโลยี บริหารธุรกิจ
ศิลปศาสตร์ บัญชี ที่ลงทะเบียนเรียนและสอบ ธรรมศึกษาชั้นตรี วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ประจำปีการศึกษา 2552 จำนวน 127
คน
กลุ่มตัวอย่าง
ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้กำหนดแบบเจาะจง (
Purposive Sampling
)โดยกลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาที่ลงเบียนเข้าสอบธรรมศึกษาชั้นตรี
ในปีการศึกษา 2552 จำนวนทั้งสี้น 127 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้
ได้แก่ แบบสอบถามความคิดเห็นเรื่อง
“การศึกษาเปรียบเทียบพฤติกรรมก่อนและหลังการเรียนการสอนธรรมศึกษาชั้นตรี
ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม กรุงเทพมหานคร” โดยแบ่งออกเป็น 3
ตอน
ตอนที่
1 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตอนที่
2 เป็นแบบสอบถามความรู้ ด้านคุณธรรม
จริยธรรมของนักศึกษา ก่อนและหลังการเรียน
ตอนที่
3 เป็นแบบสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมทางคุณธรรม จริยธรรมของนักศึกษาระดับปริญญาตรี
ที่ครอบคลุมทั้ง 7 ด้านได้แก่ ด้านความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์สุจริต ความสามัคคี ความอุตสาหะวิริยะ ความยุติธรรม การมีสัมมาคารวะ ความกตัญญูกตเวที
การวิเคราะห์และแปรผลข้อมูล
การวิจัยเรื่อง
“การศึกษาเปรียบเทียบพฤติกรรมก่อนและหลังการเรียนการสอนธรรมศึกษาชั้นตรี ของนักศึกษา
ระดับปริญญาตรี วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
กรุงเทพมหานคร ” ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา และเปรียบเทียบพฤติกรรมทางด้านคุณธรรม จริยธรรมก่อนและหลังการเรียนการสอนธรรมศึกษาชั้นตรี
ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ซึ่งผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บข้อมูลแล้วนำผลมาวิเคราะห์ดังนี้
ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้านความรู้
ด้านคุณธรรม จริยธรรมของนักศึกษาก่อนและหลังการเรียน
ตอนที่
3
ผลการวิเคราะห์พฤติกรรมเชิงจริยธรรมของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ได้แก่ ด้านความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์สุจริต ความสามัคคี ความอุตสาหะวิริยะ ความยุติธรรม การมีสัมมาคารวะ ความกตัญญูกตเวที
ตอนที่ 4 ผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมเชิงจริยธรรมของนักศึกษาก่อนและหลังที่เข้าสอบธรรมศึกษาชั้นตรี ชั้นโท และชั้นเอก
สรุปผลการวิจัย
การวิจัยเรื่อง
“
การศึกษาเปรียบเทียบพฤติกรรมก่อนและหลังการเรียนการสอนธรรมศึกษาชั้นตรีของนักศึกษา
ระดับปริญญาตรี วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
กรุงเทพมหานคร ”
ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบทางจริยธรรมก่อนและหลังการเรียนการสอนธรรมศึกษาของนักศึกษาระดับปริญญาตรี
ซึ่งการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research )
และผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
ผลการวิจัยการศึกษาเปรียบเทียบพฤติกรรมก่อนและหลังการเรียนการสอนธรรมศึกษาของนักศึกษาระดับปริญญาตรี สามารถสรุปผลการวิจัยได้ดังต่อไปนี้
1. ผลการจัดเก็บข้อมูลความรู้
ด้านคุณธรรม จริยธรรมของนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
ก่อนและหลังการเรียนธรรมศึกษาชั้นตรี
ชั้นโท และชั้นเอก ในภาพรวมปรากฎพบว่านักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนและเข้าสอบธรรมศึกษาทุกระดับชั้น
มีความรู้ด้านคุณธรรมและจริยธรรมสัมพันธ์กันและเห็นการพัฒนาทางด้านความรู้และความเข้าใจในหลักคำสอน
ทั้งก่อนและหลังเรียนดังนี้
1.1) ด้านธรรมศึกษาชั้นตรี นักศึกษา
มีความรู้ด้านคุณธรรมจริยธรรมหลังเรียนนั้นสูงกว่าอยู่ในระดับมาก (
= 3.56 ) โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย
คือ เนื้อหาวิชาที่เกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติ
เหมาะสมและชี้แนะแนวทางในการดำเนินชีวิตให้มีความสุข
สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับในชีวิตประจำวันได้มากขึ้นมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับด้านจริยธรรมหลังการเรียนธรรมศึกษา และมีโอกาสเป็นผู้นำเพื่อเผยแพร่พุทธศาสนาหลังการเรียนธรรมศึกษา
พบการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เกิดขึ้นหลังจากการเรียนแล้ว
และหลังการเรียนการสอนธรรมศึกษา ท่านคิดว่าช่วยให้ปรับปรุงพฤติกรรมตามลำดับ
2.
ผลการวิเคราะห์การจัดเก็บข้อมูลแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมทางด้านคุณธรรมจริยธรรมของนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
ที่เรียนธรรมศึกษาชั้นตรี ชั้นโท ชั้นเอก
หลังการเรียนแต่ละด้านไว้ดังนี้
2.1)
ด้านความรับผิดชอบ นักศึกษาธรรมศึกษาชั้นตรี มีพฤติกรรมทางด้านคุณธรรม
จริยธรรมที่ปฏิบัติหลังการเรียน พบว่าทั้งนักศึกษาชาย และหญิง ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก หากเรียงลำดับข้อมูลจากน้อยไปหามากพบว่า
(1)เมื่อท่านยืมของหรือเงินจากเพื่อน ท่านใช้คืนตรงเวลาที่กำหนด (2)
ท่านตั้งใจทำข้อสอบเพื่อให้ผลการเรียนออกมาดี (3) เมื่อท่านทำความผิด ท่านยอมรับผิดและปรับปรุงตนเองไม่ให้ทำผิดซ้ำ (4)
ท่านทิ้งถุงขยะลงในถังขยะเสมอเมื่อรับประทานเสร็จแล้ว
(5)เมื่อท่านใช้อุปกรณ์การเรียนต่างๆในห้องปฏิบัติการเสร็จท่านจะจัดเก็บอย่างเรียบร้อย
(6) ท่านช่วยดูแลรักษาทรัพย์สินของสถาบันประดุจเป็นของท่านเอง
(7)เมื่อท่านได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ต่างๆท่านจะรีบดำเนินการโดยเร็วที่สุด
2.2) ความซื่อสัตย์สุจริต นักศึกษาธรรมศึกษาชั้นตรี มีพฤติกรรมทางด้านคุณธรรม
จริยธรรมที่ปฏิบัติหลังการเรียน พบว่าทั้งนักศึกษาชาย และหญิง มีความซื่อสัตย์ที่ปฏิบัติ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก แต่ถ้าเรียงลำดับข้อมูลจากน้อยไปหามาก ดังนี้ (1) เมื่อท่านได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องเงินของส่วนรวม
ท่านจะไม่นำเงินมาใช้ส่วนตัวแม้มีโอกาส (2
)เมื่อท่านเดินหรือวิ่งชนผู้อื่นโดยไม่ตั้งใจท่านจะขอโทษและยอมรับผิด (3)
ท่านคืนเงินให้แก่แม่ค้าเสมอเมื่อทอนเงินเกิน
(4) ทุกครั้งที่ปเที่ยวท่านจะขออนุญาตผู้ปกครองตามความจริง (5)
ท่านไม่พูดต่อเติมข้อความกับเหตุการณ์ที่พบเห็นมาจนผู้อื่นได้รับความเสียหาย (6)
ท่านปฏิบัติตามกฎระเบียบการใช้ห้องสมุดอย่างเคร่งครัด (7
)ท่านยอมรับผิดทุกครั้งที่ทำผิด
2.3) ความสามัคคี นักศึกษาธรรมศึกษาชั้นตรี มีพฤติกรรมทางด้านคุณธรรม
จริยธรรมที่ปฏิบัติหลังการเรียน พบว่าทั้งนักศึกษาชาย และหญิง มีความสามัคคี ที่ปฏิบัติ ในภาพรวม
อยู่ในระดับ
มาก
แต่ถ้าเรียงลำดับข้อมูลจากน้อยไปหามาก
ดังนี้ (1)ท่านเห็นความสำคัญกับความสามัคคีคนในครอบครัว (2) ท่านสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้ และท่านให้ความสำคัญกับความสามัคคีในหมู่คณะ (4)
ท่านจะเชิญชวนเพื่อนให้เห็นความสำคัญในกิจกรรมทุกครั้ง(5)
ท่านให้ความสำคัญกับความพร้อมเพรียงและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในหมู่คณะ
(6)ท่านให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมให้สำเร็จลุล่วงโดยมุ่งประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน
2.4) ความอุตสาหะวิริยะ
นักศึกษาธรรมศึกษาชั้นตรี มีพฤติกรรมทางด้านคุณธรรม
จริยธรรมที่ปฏิบัติหลังการเรียน พบว่าทั้งนักศึกษาชาย และหญิง มีความอุตสาหวิริยะ ที่ปฏิบัติ ในภาพรวม อยู่ในระดับ มาก แต่ถ้าเรียงลำดับข้อมูลจากน้อยไปหามาก ดังนี้ (1)ท่านพยายามแก้ไขปรับปรุงงานที่รับผิดชอบให้ดีขึ้นเสมอ (2)
ท่านสามารถหารายได้พิเศษเมื่อว่างจากการเรียนในแต่ละวัน(3)ท่านรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น (4)
ท่านพยายามศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอและ
เมื่อผู้ปกครองมอบหมายงานให้ท่านทำท่านจะกระตือรือร้นทำงานให้เสร็จโดยเร็วและเรียบร้อย
(6)ท่านจะขาดเรียนเมื่อมีเหตุสุดวิสัยจริงๆ
(7)ท่านจะทบทวนบทเรียนล่วงหน้าก่อนสอบทุกครั้ง
2.5) ความยุติธรรม นักศึกษาธรรมศึกษาชั้นตรี
มีพฤติกรรมทางด้านคุณธรรม
จริยธรรมที่ปฏิบัติหลังการเรียน พบว่าทั้งนักศึกษาชาย และหญิง มีความยุติธรรม ที่ปฏิบัติ ในภาพรวม อยู่ในระดับ มาก แต่ถ้าเรียงลำดับข้อมูลจากน้อยไปหามาก ดังนี้ (1)
ท่านเป็นคนมีเหตุผลและเข้าใจเหตุผลของผู้อื่นเสมอ (2) ท่านไม่ฉวยโอกาสเมื่อมีโอกาส
(3) ท่านยินดีช่วยผู้อื่นด้วยความเต็มใจเสมอเมื่อถูกร้องขอ
(4)หากเกิดเรื่องขึ้นท่านจะฟังความทั้งสองฝ่ายก่อนตัดสินใจ (5 )
ท่านเปิดโอกาสให้ผู้อื่นแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรีและปราศจากอคติ (6)
ท่านทำทุกอย่างได้เพื่อความสำเร็จ (7 )
ท่านมักปฏิบัติตนด้วยความเป็นธรรมแก่ผู้อื่นเสมอ
2.6) การมีสัมมาคารวะ นักศึกษาธรรมศึกษาชั้นตรี มีพฤติกรรมทางด้านคุณธรรม
จริยธรรมที่ปฏิบัติหลังการเรียน พบว่าทั้งนักศึกษาชาย และหญิง การมีสัมมาคารวะ ที่ปฏิบัติ ในภาพรวม อยู่ในระดับมาก แต่ถ้าเรียงลำดับข้อมูลจากน้อยไปหามาก ดังนี้ (1)
ท่านกราบไหว้พ่อแม่เพื่อแสดงความเคารพ (2)
ท่านทำความเคารพครู-อาจารย์ในสถาบัน (3
)
เมื่อไปบ้านเพื่อนท่านจะถามถึงพ่อแม่ของเพื่อนเพื่อเข้าไปทำความเคารพ
(4) ท่านก้มหลังเมื่อเดินผ่านผู้อาวุโส
(5) ท่านรับฟังคำตักเตือนของพ่อแม่อย่างรู้สำนึก
2.7) ความกตัญญูกตเวที นักศึกษาธรรมศึกษาชั้นตรี
มี พฤติกรรมทางด้านคุณธรรม
จริยธรรมที่ปฏิบัติหลังการเรียน พบว่าทั้งนักศึกษาชาย และหญิง มีความกตัญญูกตเวที ที่ปฏิบัติ ในภาพรวม อยู่ในระดับ มาก แต่ถ้าเรียงลำดับข้อมูลจากน้อยไปหามาก ดังนี้ (1)
เมื่อเรียนจบท่านมีความตั้งใจจะทดแทนบุญคุณของพ่อแม่
(2)ท่านให้ความอนุเคราะห์เกื้อกูลผู้อื่นเมื่อมีโอกาสช่วยได้
(3)หากท่านเห็นอาจารย์ถือของพะรุงพะรังท่านจะเข้าไปช่วยถือ (4)
ท่านระลึกถึงบุญคุณของเพื่อนที่เคยให้ยืมของ (5)
ท่านเป็นผู้เอาใจใส่ดูแลปรนนิบัติพ่อ-แม่
3.
ผลการการเปรียบเทียบพฤติกรรมทางด้านคุณธรรมจริยธรรมของนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
ที่เรียนธรรมศึกษาชั้นตรี ชั้นโท ชั้นเอก
หลังการเรียนที่มี เพศ อายุ คณะ และภูมิลำเนา ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้
3.1) จากการวิจัย เรื่องพฤติกรรมทางคุณธรรมจริยธรรม นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีสยามที่มีเพศต่างกัน
ในภาพรวมพบว่า มีการปฏิบัติพฤติกรรมทางด้านคุณธรรมจริยธรรมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ.05
เมื่อพิจารณารายด้านพบว่ามีเพียงด้านความรับผิดชอบเท่านั้น ส่วนด้าน
ความซื่อสัตย์ ความสามัคคี
ความอุตสาหะวิริยะ ความยุติธรรม การมีสัมมาคารวะ และความกตัญญู
พบว่าไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมทางคุณธรรมจริยธรรมอย่างมีนัยสำคัญ.05
3.2) จากการวิจัย
เรื่องพฤติกรรมทางคุณธรรมจริยธรรม
นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยี
สยามที่มีอายุ
ต่างกัน ในภาพรวมพบว่า มีการปฏิบัติพฤติกรรมทางด้านคุณธรรมจริยธรรมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ.05 เมื่อพิจารณารายด้านพบว่ามีเพียงด้านความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์
ความสามัคคี ความยุติธรรม ความอุตสาหะวิริยะ ส่วนด้าน การมีสัมมาคารวะ และความกตัญญู
พบว่าไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมทางคุณธรรมจริยธรรมอย่างมีนัยสำคัญ.05
3.3) จากการวิจัย เรื่องพฤติกรรมทางคุณธรรมจริยธรรม นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีสยามที่มีคณะต่างกัน
ในภาพรวมพบว่า มีการปฏิบัติพฤติกรรมทางด้านคุณธรรมจริยธรรมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ.05
เมื่อพิจารณารายด้านพบว่ามีเพียงด้านความรับผิดชอบ ความสามัคคี
การมีสัมมาคารวะ และความกตัญญู ส่วนด้าน ความซื่อสัตย์ ความอุตสาหะวิริยะ
ความยุติธรรมพบว่าไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมทางคุณธรรมจริยธรรมอย่างมีนัยสำคัญ.05
3.4) จากการวิจัย
เรื่องพฤติกรรมทางคุณธรรมจริยธรรม
นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยี
สยามที่มีภูมิลำเนาต่างกัน
ในภาพรวมพบว่า มีการปฏิบัติพฤติกรรมทางด้านคุณธรรมจริยธรรมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ.05 เมื่อพิจารณารายด้านพบว่ามีเพียงด้าน ความซื่อสัตย์
ความสามัคคี
ความอุตสาหะวิริยะ ความยุติธรรม และความกตัญญูกตเวที ส่วนด้านความรับผิดชอบ
และ การมีสัมมาคารวะ พบว่าไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมทางคุณธรรมจริยธรรมอย่างมีนัยสำคัญ.05
บรรณานุกรม
กีรติ
บุญเจือ. (2538)
ชุดพื้นฐานปรัชญาจริยศาสตร์สำหรับผู้เริ่มเรียน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์
ไทยวัฒนาพานิช.
โกวิท ประวาลพฤกษ์และวนิดา คูสกล.(2532)
เอกสารประกอบการสอนชุดวิชาจริยศาสตร์
หน่วยที่1-5. นนทบุรี :
สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.
จารุรัตน์ มังกะโรทัย.(2544)
การศึกษาพฤติกรรมเชิงจริยธรรมของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพวิทยาลัยอาชีวศึกษากาญจนบุรี สังกัดกองวิทยาลัยอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.
วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต,มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ดวงเดือน พันธุมนาวิน.(2524)
ความสัมพันธ์ภายในครอบครัว
สุขภาพจิตและจริยธรรมของนักเรียนวัยรุ่นไทย. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร,สถาบันวิจัย
พฤติกรรมศาสตร์.
ดวงเดือน พันธุมนาวินและเพ็ญแข ประจนปัจจนึก .(2520)
จริยธรรมของเยาวชนไทย.
กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร,สถาบันวิจัยพฤติกรรม ศาสตร์.
ณรงค์ เส็งประชา.(2541) มนุษย์กับสังคม.
กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.
ทบวงมหาวิทยาลัย.
การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนิสิตนักศึกษา.กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ชวนพิมพ์,2543
นวลละออ แสงสุข
(2544)
การศึกษาพฤติกรรมเชิงจริยธรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง.กรุงเทพฯ
: มหาวิทยาลัยรามคำแหง,คณะ
ศึกษาศาสตร์.
นิตยา ก่ำทา.
(2548)การศึกษาพฤติกรรมทางจริยธรรมของนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ปริญญานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์.
กรุงเทพฯ:
มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
บุญเจือ ช่างต่อ.(2540) คุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.)ประเภทวิชาบริหารธุรกิจ
ความต้องการของสถานประกอบการในเขตจังหวัด
ฉะเชิงเทรา.ปริญญานิพนธ์
ครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต สาขาการบริหาร
อาชีวศึกษา .กรุงเทพฯ : สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง.
บุญเทียม เจริญยิ่ง.(2535) ยุทธศาสตร์เชิงรุกของกรมอาชีวศึกษาในแผน7(อัดสำเนา).
กรุงเทพฯ:
กรมอาชีวศึกษา.
บุญมี แท่นแก้ว.(2539)จริยศาสตร์(ETHICS). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.
ปัทมาภรณ์ ธรรมทัต.(2542)กระบวนการให้สารนิเทศเพื่อการปรับตัวทางวัฒนธรรมของบุคลากร
ต่างชาติในประเทศไทย.ปริญญานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต
มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ปรีดี เกตุทอง.(2543)
ความคิดเห็นของครูฝึกที่มีต่อสมรรถภาพในการปฏิบัติงานของนักเรียน
ทวิภาคีสาขาวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคตรัง
รายงานการวิจัยวิทยาลัยเทคนิคตรัง กรม
อาชีวศึกษากระทรวงศึกษาธิการ. ตรัง
:วิทยาลัยเทคนิคตรัง.
ประมวล เสนาฤทธิ์.(2530) เมื่อนายจ้าวเปิดใจ มีอะไรให้คิดบ้าง คนอย่างไรที่นายจ้าง
ต้องการ.
กรุงเทพฯ : บรรณาการพิมพ์
ประเวศ วสี. (2548)คุณธรรม-จริยธรรม
ระเบียบวาระแห่งชาติเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคม. จาก
htt://www.thainhf.org/prawasee/book.
ปิยะ อัจฉริยะ.(2537) การพัฒนาจริยธรรมเด็ก.
เอกสารการสอนชุดวิชาการพัฒนาพฤติกรรม
เด็ก (หน่วยที่5). นนทบุรี :
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช.
พรสวรรค์ พิมพะนิตย์.(2538)
การสร้างแบบทดสอบวัดเหตุผลเชิงจริยธรรมวิชามนุษย์กับการใช้
เหตุผลและจริยธรรม(มน102)สำหรับนิสิตปริญญาตรี
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต .
มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
พระธมมพิชิต
(2549) ความหมายของจริยธรรม.htt
:
//www.dhammathai.org/kaveedhamm/view.php?No=556
พระเมธีธรรมาภรณ์
(2538). แนวทางการจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างพัฒนาจริยธรรมแก่นักศึกษา.เอกสารนำเสนอในสัมมนาวิทยากร,
สถาบันอุดมศึกษา,ทบวงมหาวิทยาลัยร่วมกับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ.
พนัส หันนาคินทร์.(2526)
การสอนค่านิยมและจริยธรรม.กรุงเทพฯ:
พิฆเนศการพิมพ์.
พนิดา คูสกุล.(2535)ปัจจัยที่มีผลต่อจริยธรรมของเยาวชน.เอกสารการสอนชุดวิชาจริยธรรมเล่มที่1
(หน่วยที่6).นนทบุรี :
สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
มังกร หริรักษ์.(2536)
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตร
วิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรมที่สถานประกอบการในจังหวัด
สมุทรปราการต้องการ.
ปริญญานิพนธ์ครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต สาขาการ
บริหารอาชีวศึกษา .กรุงเทพฯ : สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง.
ราชบัณฑิตยสถาน.(2526)
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พศ.2525. กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์.
รัตนาวดี รอดภิรมย์.(2533)
การศึกษาพฤติกรรมการช่วยเหลือของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดู
แตกต่างกัน.ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต.
กรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัย
ศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร.
วาสนา บุญจันทร์.(2539)พฤติกรรมทางสังคมของเด็กระดับก่อนประถมศึกษาที่ได้รับการจัด
กิจกรรมเน้นสื่อแบบไทย. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต . กรุงเทพฯ :
วุฒิพล สกลเกียรติ.(2546)
เอกสารประกอบการสอนกระบวนวิชา HU644
เรื่องการเรียนรู้ผู้ใหญ่
และผู้เรียนผู้ใหญ่.กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง,คณะศึกษาศาสตร์,ภาควิชา
การศึกษาต่อเนื่อง.
ศูนย์พระสงฆ์นักเผยแผ่ธรรมเพื่อพัฒนาสังคม(2548
).คู่มือธรรมศึกษาตรี.พิมพ์ครั้งที่3.กรุงเทพฯ:
สำนักพิมพ์ศูนย์พระสงฆ์นักเผยแผ่ธรรมเพื่อพัฒนาสังคม.
------------------------.คู่มือธรรมศึกษาโท.พิมพ์ครั้งที่3.กรุงเทพฯ:
สำนักพิมพ์ศูนย์พระสงฆ์นักเผยแผ่ธรรม
เพื่อพัฒนาสังคม.
------------------------.คู่มือธรรมศึกษาเอก.พิมพ์ครั้งที่3.กรุงเทพฯ:
สำนักพิมพ์ศูนย์พระสงฆ์นักเผยแผ่ธรรม
เพื่อพัฒนาสังคม.
สมโภชน์ เอี่ยมสุภาษิต.(2543)
ทฤษฎีและเทคนิคการปรับพฤติกรรม. กรุงเทพฯ :
สำนักพิมพ์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุพัตรา สุภาพ.(2536) สังคมและวัฒนธรรมไทย:
ค่านิยม ครอบครัว ประเพณี. กรุงเทพฯ :
ไทยวัฒนาพานิช,
สุชา จันทร์เอม. (2536) จิตวิทยาทั่วไป.
กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
สุภาวดี สองเมือง. (2545) การศึกษาพฤติกรรมเชิงจริยธรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอน
ปลาย
สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิตมหาสารคาม:
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สุมน อมรวิวัฒน์.(2530)
พุทธวิธีสอนโดยสร้างศรัทธาและโยนิโสมนสิการ. กรุงเทพฯ:
สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.
สุมาลี คงสว่าง.(2542)รูปแบบการฝึกอบรมจริยธรรมที่เหมาะสมกับบุคลากรมหาวิทยาลัย
รามคำแหง.ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง.กรุงเทพฯ:
มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
เสริมเกียรติ พรหมผุย (2544) .พัฒนาการและพฤติกรรมวัยเด็ก.
มหาสารคาม : ภาควิชาจิตวิทยา
การศึกษาและการแนะแนว คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
(2535).แผนการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2535 .กรุงเทพฯ
กนิษศรการพิมพ์.
----------------(2542).พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ. 2542 .กรุงเทพฯ : พริกหวาน กราฟฟิค.
-----------------(2544).
แนวทางปฏิรูปการศึกษาระดับอุดมศึกษาตามพระราชบัญญัติพ.ศ.2545.กรุงเทพฯ
วี.ที.ซี.คอมมิวนิเคชั่น.
----------------
(2545).แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2545-2549) .กรุงเทพฯ :
พริกหวานกราฟฟิค.
มหาสารคาม.
Aqras .(1973) ,Toward the
centification of behavior
therapists.Journal of Applied
Behavior Analysis, 6,167-171.
Skinner,B.F.
(1953) Science and human behaver.
New York
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น